สื่ออิสราเอลเผย รัฐบาลออกกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินฉบับใหม่ เพื่อรับมือกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการก่ออาชญากรรมและก่อการร้าย


มีรายงานว่าประเทศอิสราเอลได้ออกกฎหมายใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลเพื่อรับมือกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนเพื่อการก่อการร้าย

ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน สำนักข่าวท้องถิ่น Globes รายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering: AML) โดยกำหนดให้บริษัทฟินเทคและผู้ให้บริการสกุลเงินเสมือน (Virtual Currency Service Provider: VASP) ในประเทศจะต้องมีใบอนุญาตในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ มีรายงานว่าหน่วยงานอิสระที่กำกับดูแลด้านการเงินในประเทศอิสราเอลอย่างสำนักงานกำกับหลักทรัพย์ (Israel Securities Authority) และหน่วยงานตลาดทุน ประกัน และเงินออม (Capital Markets, Insurance and Savings Authority) กำลังทำการตรวจสอบองค์กร VASP ต่าง ๆ ที่ทำเรื่องขอรับใบอนุญาตในการดำเนินงาน

Shlomit Wagman ผู้อำนวยการหน่วยงานปราบปรามการฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนเพื่อการก่อการร้าย (Israel Money Laundering and Terror Financing Prohibition Authority) ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Jerusalem Post ว่า กฎหมายต่อต้านการฟอกเงินฉบับใหม่นี้จะช่วยให้ประเทศอิสราเอลมีอำนาจลดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อก่ออาชญากรรมให้น้อยลง พร้อมทั้งให้การรองรับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้นอีกด้วย

ในปี 2021 นี้ รัฐบาลอิสราเอลได้ทำงานกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการออกกฎหมายเพื่อรับมือกับการกระทำที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์คริปโตอย่างผิดกฎหมาย เมื่อเดือนกรกฎาคม กระทรวงการคลังของประเทศอิสราเอลได้เสนอกฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนต้องยื่นภาษีหากมีการซื้อสินทรัพย์คริปโตที่มากกว่า 61,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของประเทศอิสราเอลได้อนุญาตให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยสามารถทำการยึดบัญชีสินทรัพย์คริปโตที่อาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายฮามาส (The Militant Wing of Hamas) ได้


ผู้เขียน พีรทัต ลิ้มพันธ์อุดม

บรรณาธิการ สิทธิพงศ์ จารุประทีปกุล