ผู้ใช้แอปพลิเคชันชำระเงินโทรศัพท์มีแนวโน้มลงทุนในคริปโตกว่า 3.5%


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หนึ่งในผลงานวิจัยล่าสุดของ Bank for International Settlements เผยผลสำรวจชี้ว่า จากการวิเคราะห์เชิงสถิติ “ความไม่เชื่อมั่นในสกุลเงินกระดาษหรือการเงินภายใต้การควบคุมมิได้เป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสกุลเงินคริปโต” อย่างที่มีการตั้งสมมติฐานไว้

นักวิเคราะห์ได้นำข้อมูลมาจากผลสำรวจที่จัดทำโดย U.S. Survey of Consumer Payment Choices โดยให้ผู้เข้าร่วมสำรวจจำนวน 3,273 คนให้คะแนนความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้จ่ายด้วยเงินสด การชำระเงินผ่านธนาคาร และช่องทางออนไลน์

ผลสำรวจออกมาว่า ผู้สำรวจมีความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายด้วยสามวิธีที่กล่าวถึงจริง ๆ โดยได้รับคะแนนเฉลี่ย 2.7 - 4 คะแนนจาก 5 คะแนนเต็ม และแม้ว่าคนที่ให้คะแนนการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีธนาคารน้อยมีแนวโน้มที่จะศึกษาเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโต แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะลงทุนในวงการคริปโต

ทั้งนี้ มีผลสำรวจออกมาชี้ว่าบุคคลที่มีแนวโน้มลงทุนในสกุลเงินคริปโตมาก ได้แก่ ผู้ถือบัตรเดบิตซึ่งมีแนวโน้มลงทุนมากกว่า 1.9% ผู้ใช้ PayPal มีแนวโน้มมากกว่า 2% และผู้ใช้แอปพลิเคชันชำระเงินผ่านโทรศัพท์มีแนวโน้มมากกว่า 3.5%

อีกนัยหนึ่ง สัดส่วนโดยรวมของชาวอเมริกันมีแนวโน้มลงทุนในวงการคริปโตมากกว่าชาติอื่น ๆ เนื่องจาก 4 ใน 5 ของชาวอเมริกันถือบัตรเดบิต ยิ่งไปกว่านั้น 1 ใน 4 ใช้แอปพลิเคชันชำระเงิน และในปีที่แล้ว ประชากรเกือบ 40% มีการใช้ PayPal ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ชายจะมีแนวโน้มลงทุนในสกุลเงินคริปโตมากกว่าผู้หญิงอีกด้วย

การศึกษาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สามารถชี้ว่าบุคคลมีโอกาสลงทุนในสกุลเงินคริปโตประเภทไหน ผลสำรวจพบว่า ผู้ลงทุนใน XRP เป็นกลุ่มที่มีการศึกษาสูงที่สุด ในขณะที่ Litecoin เป็นกลุ่มคนที่มีการศึกษาน้อยสุด ส่วนบิตคอยน์เป็นผู้ที่มีการศึกษาระดับกลาง

นักวิจัยพบว่า หากบุคคลได้ลงทุนในสกุลเงินคริปโตแล้ว จะมีแนวโน้มในการติดนิสัยดื้อดึง หรือที่เรียกว่า HODL กล่าวคือการถือเหรียญไว้ ไม่ยอมขาย การครอบครองสกุลเงินคริปโตนั้นจะเพิ่มโอกาสการถือเหรียญต่อไปในปีหน้าถึง 50% โดยเฉลี่ย


ผู้เขียน สกรรจ์ ศิริวงษ์

บรรณาธิการ ไอลดา แสงผดุง